มองข้ามช็อต!!’ลอร์ดเบนด์’บอกยิงใส่ปืนได้ดีใจแน่นอน-แต่ย้ำรักเสมอ

admin   กันยายน 25, 2016   ปิดความเห็น บน มองข้ามช็อต!!’ลอร์ดเบนด์’บอกยิงใส่ปืนได้ดีใจแน่นอน-แต่ย้ำรักเสมอ

มองข้ามช็อต!!'ลอร์ดเบนด์'บอกยิงใส่ปืนได้ดีใจแน่นอน-แต่ย้ำรักเสมอ

นิคลาส เบนด์ทเนอร์ กองหน้าตัวตัวใหม่ของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ออกมาเผยว่าหากทำประตูใส่ทีมเก่าอย่างอาร์เซนอลได้ เขาจะแสดงความดีใจอย่างแน่นอนแต่ยอมรับว่าอาจจะไม่ออกอาการมากจนเกินไป

ดาวเตะวัย 28 ปีเพิ่งจะทำเรื่องสะเทือนลีกเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพ หลังจากที่เขาเซ็นสัญญา 2 ปีร่วมทีม”เจ้าป่า” เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หลังตลาดซื้อขายปิดตัวลง

แล้วเหมือนชะตาฟ้าลิขิตเพราะเขาจะมีโอกาสได้ลงเผชิญหน้ากับทีมเก่าที่เขาเคยค้าแข้งอยู่เกือบ 10 ปีอย่างอาร์เซนอลทันที หลังจากทั้งสองฝั่งโคจรมาเจอกันในรอบที่สามของศึกอีเอฟแอล คัพ

ก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้นในคืนวันอังคารนี้ กองหน้าชาวเดนมาร์คออกมาบอกว่าเขาตั้งตารอที่จะลงเล่นเจอทีมเกา และยืนยันว่าจะฉลองหากยิงประตูได้

“ผมรอที่จะลงเล่นในเกมที่ยอดเยี่ยมนี้ ในสนามที่ตั๋วขายหมดเกลี้ยง ผมมั่นใจว่ามันจะต้องเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมแน่ๆ” เขาเริ่ม

“มันจะเป็นเกมที่ยากลำบากแน่นอนในการเจอกับทีมที่แข็งแกร่งอย่างอาร์เซนอล แต่เรามั่นใจกันมากๆ”

“ผมจะฉลองนะถ้าพรุ่งนี้ผมยิงได้ แต่คงจะไม่ถึงกับคลั่งหรอก ผมยังรักและเคารพอาร์เซนอลอย่างมากในฐานะสโมสร”

“พรุ่งนี้เราเป็นรองและเราต้องงัดฟอร์มสุดยอดออกมาเพื่อให้มีโอกาสชนะ แต่เราพร้อมและรู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้”

“เราเห็นกันมาแล้วว่าทีมสามารถเล่นได้ แต่เรายังต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เราเสียประตูแบบง่ายๆไปเยอะในเกมหลังๆ”

นับตั้งแต่ย้ายไปร่วมทีมฟอเรสต์ เบนด์ทเนอร์เพิ่งได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองสองนัดและยังไม่สามารถทำประตูได้เลย

“ทั้งร่างกายและจิตใจนั้นผมไม่มีปัญหาเลย และตอนนี้ผมเข้าใกล้มากๆกับการฟิต 100 เปอร์เซนต์ และพร้อมที่จะลงเล่น”

“ผมต้องการมองไปข้างหน้าและไม่หันไปดูข้างหลัง ผมรู้ว่ายังไม่ได้เข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเอง แต่ตอนนี้คือเวลาที่จะก้าวไปข้างหน้าแล้ว”

“ผมสนุกกับการได้เล่นให้กับฟิลิปเป้ ม็องตานิเยร์ เขาเป็รหนึ่งในเหตุผลที่ผมอยากจะเซ็นสัญญากับที่นี่ และถึงตอนนี้ผมเอ็นจอยมากๆเลย” เขาทิ้งท้าย

มาตรการแรก !! เมืองทอง-ท่าเรือ อดเล่นในบ้านระหว่างรอสืบสวน

admin   กันยายน 25, 2016   ปิดความเห็น บน มาตรการแรก !! เมืองทอง-ท่าเรือ อดเล่นในบ้านระหว่างรอสืบสวน

มาตรการแรก !! เมืองทอง-ท่าเรือ อดเล่นในบ้านระหว่างรอสืบสวน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีประกาศออกมาแล้วถึงมาตรการแรกในการแก้ปัญหากรณีแฟนบอลเมืองทอง กับ ท่าเรือ ทะเลาะวิวาทกันหลังจบการแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ รอบรองชนะเลิศเมื่อวันพุธที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีการกำหนดให้ระหว่างนี้ที่ยังต้องสืบสวนข้อมูลทุกอย่างก่อนจะมีบทลงโทษให้ทั้ง เมืองทอง และ การท่าเรือ ต้องออกไปเล่นยังบ้านของคู่แข่งก่อนหากว่าอยู่ในฐานะทีมเหย้า

หลังจากที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างแฟนบอลของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ การท่าเรือ หลังจากจบเกมการแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ 2016 รอบรองชนนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งทาง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าต้องรอการสืบสวนจากทางฝ่ายวินัย และมารยาท เสียก่อน ซึ่งระหว่างสืบหาข้อมูลนั้นต้องให้ทาง เมืองทอง กับ การท่าเรือ ออกไปเล่นยังบ้านของทีมคู่แข่งก่อน หากว่าสโมสรได้ลงเล่นในฐานะเจ้าบ้าน เพื่อป้องกันการเกกิดเหตุวุ่นวายซ้ำซาก

แถลงการณ์จากสมาคมฟุตบอล ระบุว่า “จากกรณีเกิดเหตุการณ์แฟนบอลของสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี เข้าทะเลาะวิวาทกันหลังจบการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2016 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และอยู่ในระหว่างการรอผลการสอบสวน

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก และเพื่อความปลอดภัยของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันในรายการต่าง ๆ จึงให้การแข่งขันฟุตบอลของสโมสรฟุตบอล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี หากกรณีเป็นทีมเหย้าซึ่งจะต้องทำการแข่งขันในสโมสรของตนเองในฐานะเจ้าบ้านนั้นให้ไปทำการแข่งขันในสนามทีมเยือนแทนทตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

เมืองทอง-ท่าเรือ อดเล่นในบ้านระหว่างรอสืบสวน

เล่นพนันกีฬา ruby888 คาสิโนออนไลน์กับเว็บเว็บไซต์ชั้นนำ กับเราได้ที่นี่ สมัครง่ายโปรโมชั่นดี มีพนักงานบริการ 24ชั่วโมง แทงบอลออนไลน์ กับเว็บไซต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น sbobet , แทงบอล ibcbet , พนันกีฬาออนไลน์ m8bet และบริการอื่นๆ อีกมากมาย ที่เว็บไซต์ ruby888-casino.com

7 เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา ที่นักปั่นมือใหม่ควรรู้

admin   กันยายน 24, 2016   ปิดความเห็น บน 7 เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา ที่นักปั่นมือใหม่ควรรู้

7 เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา ที่นักปั่นมือใหม่ควรรู้

เทคนิคการปั่นจักรยานขึ้นเขาสำหรับนักปั่นมือใหม่ที่กำลังมองหาความท้าทาย ช่วยเสริมความอึดให้ปั่นขึ้นถึงยอดเขาได้อย่างฉลุย

เชื่อเลยว่ามีนักปั่นหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยที่อยากลองปั่นขึ้นภูเขาดูสักตั้ง แต่ก็รู้ว่ายังปั่นขึ้นทางลาดชันมาก ๆ ไม่ไหว แถมยังไม่รู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมจึงรวบรวมเคล็ดลับเตรียมความพร้อมสำหรับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขามาฝากกันครับ

1. เสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อก่อน

เริ่มจากออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงเสียก่อน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็นสะโพก ขา และเอ็นร้อยหวาย เพราะไม่เพียงแค่ช่วยลดความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ปั่นได้ไกลกว่าเดิม นอกจากนี้ยังควรบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มความอึดให้ร่างกายของคุณด้วยนั่นเอง

2. ฝึกปั่นขึ้นทางลาดชัน

สำหรับนักปั่นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มขี่จักรยาน การปั่นขึ้นภูเขาที่มีความลาดชันสูงในช่วงแรก ๆ อาจทำให้เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้ง่าย ฉะนั้นควรเริ่มฝึกปั่นขึ้นทางลาดชันในระดับที่เหมาะสมก่อน เช่น เครื่องซ้อมปั่นจักรยานที่ปรับความลาดชันได้ เนิน หรือสะพานต่างระดับ เป็นต้น แล้วค่อยเพิ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการฝึกเหล่านี้จะช่วยให้เรียนรู้จังหวะในการปั่นของตัวเองมากขึ้นด้วย

3. ควรนั่งปั่น

ในการปั่นจักรยานขึ้นภูเขานั้น แน่นอนว่าการยืนปั่นจะช่วยเพิ่มความเร็วได้ดีขึ้น แต่ก็ทำให้เหนื่อยกว่าเดิมเช่นกัน เพราะใช้พลังงานมากกว่าการนั่ง หากมีระยะทางค่อนข้างไกลกว่าจะถึงปลายทาง ควรเลี่ยงการยืนเพื่อประหยัดพลังงานไว้ เพราะถ้ายืนปั่นบ่อย ๆ รับรองว่าคุณจะล้าจนต้องหยุดพักหลายรอบก็เป็นได้ ไม่เพียงเท่านี้ ควรรักษารอบการปั่นให้คงที่ประมาณ 80-90 รอบต่อนาที ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน

เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา

4. ตำแหน่งการนั่ง

การวางตำแหน่งสรีระให้เหมาะกับการปั่นจักรยานเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ผู้ขี่ควรปรับระดับอานให้สัมพันธ์กับบันไดจักรยาน ส่วนตำแหน่งการนั่งนั้น หากคุณเป็นตัวเตี้ย ให้วางก้นที่ด้านหลังของอาน และสำหรับคนตัวสูง ให้ขยับก้นไปด้านหน้าของอานจักรยาน ซึ่งการวางตำแหน่งการนั่งในลักษณะนี้ จะช่วยให้ปั่นได้ง่ายขึ้น

5. การเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะ

นับว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของนักปั่นมือใหม่ ที่ปั่นมาด้วยเกียร์สูงแล้วจะเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำเมื่อเจอทางลาดชัน แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่ควรเปลี่ยนเกียร์ลงมาแบบกะทันกัน เพราะอาจส่งผลให้ส่วนประกอบของจักรยานเสียหายได้ ฉะนั้นควรปั่นด้วยเกียร์เดิมจนรู้สึกได้ว่ารอบการปั่นลดลง ค่อยเปลี่ยนเกียร์ โดยให้เปลี่ยนเฟืองทีละชั้นครับ

เคล็ดลับการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา

6. น้ำหนักตัวผู้ปั่น

เรื่องของน้ำหนักตัวของผู้ขี่จักรยาน นับว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการปั่นขึ้นภูเขามากเลยล่ะ ซึ่งหลักการก็มีอยู่ง่าย ๆ ว่า ถ้าคุณน้ำหนักตัวเยอะ ก็ต้องออกแรงในการปั่นเยอะขึ้นตามไปด้วย ซึ่งทำให้เหนื่อยกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยอย่างเห็นได้ชัด

7. น้ำหนักของจักรยาน

น้ำหนักของจักรยานก็มีผลต่อการปั่นขึ้นภูเขาเช่นเดียวกัน ควรใช้อะไหล่ส่วนต่าง ๆ ให้มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่จะหาได้ เช่น ยาง เฟรม และบันได ก็จะช่วยประหยัดพลังงานในการปั่นขึ้นภูเขาได้มากพอสมควร

เมื่อได้ทราบเคล็ดลับในการปั่นจักรยานขึ้นภูเขากันไปแล้ว ใครที่อยากลองปั่นขึ้นเขาสักครั้ง ก็ทำตามเทคนิคข้างต้นกันได้เลย ไม่แน่นะว่าคุณอาจพิชิตยอดเขาได้ในเร็ววัน 😉

ข้อมูลจาก bicycling.com, cyclingtips.com, active.com

รวมวิธีไล่หนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์ทำอย่างไรดี

admin   กันยายน 24, 2016   ปิดความเห็น บน รวมวิธีไล่หนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์ทำอย่างไรดี

รวมวิธีไล่หนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์ทำอย่างไรดี

อีกหนึ่งปัญหาที่เจ้าของรถยนต์ต้องเผชิญหนักในช่วงหน้าฝน หนูเข้าห้องเครื่องยนต์หรือบางท่านเจอหนูเข้าในตัวห้องโดยสาร จากร่องรอยการก่อกวนทั้งกลิ่นฉี่-อึหนู ที่ทิ้งไว้ใหเ้ป็นเรื่องน่ารำคาญใจแถมยังสกปรกเป็นที่สะสมของเชื้อโรค บางรายเจอปัญหาหนักที่หนูกัดสายไฟ สายเบรก

ก่อนจะแก้ปัญหาทั้งหมด เรามาทำความเข้าใจพฤติกรรมของหนูกันก่อนเพื่อการแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยแบ่งได้ 2 กรณีใหญ่ ๆ คือหนูเข้ามาในรถเพราะได้กลิ่นเศษขนม (เข้ามาหาอาหารโดยตรง) กับหนูเข้ามาหลบเพราะเงียบและปลอดภัย แถมมีไออุ่นจากเครื่องยนต์ช่วงพักตัว จากนั้นรถคุณก็เหมือนเป็นที่พักหลับนอนของเหล่าหนูไปโดยปริยาย

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราก็ได้รวมวิธีป้องกัน วิธีไล่หนูเข้ารถยนต์ไว้ดังนี้
ไล่หนูในห้องเครื่อง

– ทำความสะอาดครั้งใหญ่ในห้องโดยสาร และห้องเครื่อง

เดี๋ยวนี้มีบริการที่คาร์แคร์ทั้งทำความสะอาดในห้องโดยสาร และห้องเครื่องยนต์เสร็จสรรพไม่ต้องเปลืองแรง โดยค่าบริการอยู่ที่ประมาณ 100-400 บาท หรือใครว่างทำเองก็ลองไปดูรายละเอียดที่ “ล้างห้องเครื่องให้เงางาม สะอาดเสมือนรถใหม่” ได้ครับ

– กำจัดแหล่งอาหารของหนู

เป็นวิธีการเบสิกใช้ป้องกันหนูคือไม่มีอาหาร ไม่มีแหล่งน้ำก็ไม่มีหนู ทำความสะอาดรอบ ๆ ที่จอดรถของคุณ การทิ้งขยะสดต้องมิดชิด ถังขยะแตกหรือไม่มีฝาปิดให้เปลี่ยนเสีย แหล่งน้ำขังให้เทน้ำออก น้ำขังให้กวาดลงที่ระบาย ขาดอาหาร ขาดน้ำหนูก็ย้ายที่อยู่ไป ไม่มายุ่งกับรถคุณแน่นอน

ไล่หนูในห้องเครื่อง

– เปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้

วิธีนี้ทำก็ต่อเมื่อคุณจอดรถในที่ร่มแบบหลังคาเท่านั้น เพราะการเปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้เป็นการทำให้ในห้องเครื่องไม่เป็นที่สงบเกินไป หนูก็จะไม่ชอบและเลิกเข้ามาอาศัยในห้องเครื่องเอง

– หาของสารพัดสิ่งที่หนูเกลียดมาวางไว้

หนูมีจมูกที่ดีและส่งกลิ่นฉุน ๆ แต่ก็ต้องรับผลข้างเคียงที่จะมีกลิ่นเหล่านี้ติดเข้ามาในรถด้วย เช่น

ทาน้ำมันก๊าดในห้องเครื่อง ข้อควรระวังคือน้ำมันก๊าดจะกัดวัสดุที่เป็นยาง วิธีทำคือนำแปรงสีฟันเก่ามาจุ่มและทาบางพื้นที่เลียงไม่ให้โดนซีลยาง

วางลูกเหม็น วิธีที่ดีคือนำลูกเหม็นใส่ตาข่ายตาถี่ ๆ มัดวางไว้เป็นจุด ๆ ก่อนเราใช้รถก็หยิบออก

ยาไล่หนู ขอบอกว่ามีเพียบในตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งของนอก ของไทย แบบเม็ด แบบแผ่นแปะ หรือเป็นน้ำยา ก็เลือกมาใช้ได้แต่เช็กเรื่องกลิ่นกันหน่อยก็ดี เอาแบบที่ไม่ฉุนครับ

– ปิดใต้ท้องรถให้สนิท

วิธีนี้เปลืองเงินมากหน่อยแต่ก็ได้ผลดีทีเดียว ในรถบางรุ่นก็เก็บใต้ท้องรถดี ไม่มีช่องพอให้หนูมุดเข้าแน่นอน ลองไล่เช็กแผ่นใต้รถดูว่าติดจุดยึดครบทุกจุด หรือมีขาดก็เปลี่ยนเสีย หรืออีกวิธีคือเข้าร้านประดับยนต์ ถามหาแผ่นปิดใต้ท้องรถของแต่งสำหรับขาซิ่งทั้งหลาย ประโยชน์หลักคือเพิ่มค่าอากาศพลศาสตร์ของรถให้ดีขึ้นโดยการควบคุมอากาศให้ไหลผ่านใต้ท้องรถได้ดี และประโยชน์รองก็คือปิดหนูเข้าห้องเครื่องได้ครับ

– เลี้ยงแมวสู้

ไล่หนูในห้องเครื่อง

ไม่ว่าวิธีไหน ๆ ก็ยังแก้ไม่ได้ก็ลองหันมาเลี้ยงแมวดู โดยหนูมีสัญชาตญาณที่ไม่ชอบแมว แค่มีกลิ่นหรือเจอแมวก่อกวนตลอด รับรองคุณจะไม่เจอหนูรบกวนอีกแน่นอน

– ย้ายที่จอดรถ

ถือว่าเป็นการยอมแพ้เพื่อชนะ เพราะถ้าคุณไม่สะดวกเลี้ยงแมว หมดลูกเหม็น หนูมาใหม่ กำจัดเท่าไหร่หนูก็ไม่หมด จอดรถหน้าบ้านก็ย้ายมาจอดในบ้านเสียจะได้ควบคุมได้ หรือมีพื้นที่จอดในบ้านเยอะ ปรับตำแหน่งจอดให้ห่างท่อ ห่างครัว ห่างถังขยะ ก็ลดความเสี่ยงลงได้เยอะ

แน่อนว่าการป้องกันและกำจัดหนูในห้องเครื่องรถ หนูเข้ารถยนต์เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนและทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะหนูชุดใหม่สามารถแวะมาเยี่ยมเยือนได้เรื่อย ๆ ถ้าสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวย ทางที่ดีเรามารักษาความสะอาดรอบ ๆ บ้าน รอบ ๆ ที่จอดรถให้ดีจะได้ปลอดหนูอย่างยั่งยืนครับ

6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเฟรมจักรยานคาร์บอนที่นักปั่นอาจไม่เคยรู้

admin   กันยายน 23, 2016   ปิดความเห็น บน 6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเฟรมจักรยานคาร์บอนที่นักปั่นอาจไม่เคยรู้

6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเฟรมจักรยานคาร์บอนที่นักปั่นอาจไม่เคยรู้

หลากเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ วัสดุยอดนิยมที่ใช้ทำเฟรมจักรยาน ที่ผู้ใช้หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

นักปั่นหลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าเฟรมจักรยานนั้นทำจากวัสดุหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอะลูมิเนียม, ไทเทเนียม, โครโมลี่ และคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยในวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเฟรมจักรยานยอดนิยมอย่าง เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า เฟรมคาร์บอน กันครับ

– คาร์บอนไฟเบอร์คืออะไร ?

คาร์บอนไฟเบอร์คือ วัสดุคุณภาพเยี่ยมที่นิยมนำมาทำเป็นเฟรมและส่วนต่าง ๆ ของจักรยาน เช่น หลักอาน แฮนด์ และตะเกียบจักรยานหน้า-หลัง รวมถึงเฟรมจักรยานแบบชิ้นเดียว (Monocoque) เป็นต้น ซึ่งทำมาจากเส้นใยคาร์บอนผสานกับโพลิเมอร์อย่างดี จึงทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูง

เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์
ภาพจาก bikerumor.com

– วัสดุที่ใช้ทำคาร์บอนไฟเบอร์

วัสดุที่ใช้ในการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์มี 2 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ คาร์บอนไฟเบอร์ที่ทำจากพลาสติกชนิดพิเศษที่เรียกว่า Polyacrylonitrile (PAN) จึงทำให้ได้คาร์บอนไฟเบอร์ที่แข็งแรงและมีความยืดหยุ่นสูง ส่วนอีกแบบเกิดจากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบที่เรียกว่า Pitch ซึ่งนำมาทำเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ได้ แต่ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไร เพราะมีความทนทานน้อยกว่าแบบแรกนั่นเอง

– คุณสมบัติของเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์

เฟรมจักรยานที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์แบบ PAN ในการผลิต มีน้ำหนักเบามากเมื่อเทียบกับเฟรมอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเท่ากัน อีกทั้งยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก และทนต่อการกัดกร่อนสูง จึงทำให้จักรยานที่ใช้เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ถึงขนาดว่าผู้ผลิตชื่อดังหลายเจ้ารับประกันตลอดอายุการใช้งานเลยทีเดียว ในขณะที่วัสดุแบบอื่น ส่วนใหญ่จะรับประกันประมาณ 10 ปี

– ฐานการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย

นักปั่นหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าทวีปเอเชียของเรานั้นเป็นแหล่งผลิตคาร์บอนไฟเบอร์รายใหญ่ของโลกเลยก็ว่าได้ โดยตามรายงานจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา (US Department of Energy) ในปี 2010 ระบุว่าทวีปเอเชียครองสัดส่วนการผลิตคาร์บอนไฟเบอร์มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ผลิตวัสดุดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอินเดีย, ญี่ปุ่น และจีน

– เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์เป็นงานแฮนด์เมด

ผู้ผลิตเฟรมจักรยานส่วนใหญ่ที่ใช้คาร์บอนไฟเบอร์นั้น จะใช้ฝีมือของคนในการประกอบเป็นเฟรมจักรยานมากกว่าเครื่องจักร เพราะต้องอาศัยความประณีตสูง ส่วนเครื่องจักรนั้นจะใช้แค่ตัดแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เท่านั้น ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ของจักรยานและงานซ่อมเฟรมด้วย ที่ต้องใช้แรงงานคน เพื่อให้ออกมาดูเนี้ยบเหมือนเดิม

เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์
ภาพจาก carbonfibergear.com

– มีงานเลียนแบบที่ดูเหมือนของจริงมาก

ด้วยกระแสความนิยมของเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ ส่งผลให้มีผู้ผลิตจักรยานรายย่อยบางรายหันมาทำเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีหน้าตาภายนอกเหมือนที่ผลิตโดยแบรนด์ชื่อดัง แต่ขั้นตอนการผลิตและวัสดุที่ใช้นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงทำให้มีราคาขายถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแน่นอนว่าคุณภาพของเฟรมจักรยานที่ได้ก็ต่ำลงไปด้วย

เมื่อได้ทราบเรื่องราวที่น่าสนใจของเฟรมจักรยานที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์กันไปแล้ว ใครที่อยากได้จักรยานคาร์บอนไปปั่นกินลมชมวิวกันละก็ ลองศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของรุ่นที่สนใจก่อนตัดสินใจซื้อด้วย เพราะจักรยานประเภทนี้ราคาสูงไม่ใช่เล่นเลยนะ

ภาพจาก carbonfibrerepair.com

ข้อมูลจาก bicycling.com, livestrong.com, muikwang.com

10 โรคร้ายเสี่ยงตายของหมาและแมว ที่เจ้าของควรระวังไว้ให้ดี

admin   กันยายน 23, 2016   ปิดความเห็น บน 10 โรคร้ายเสี่ยงตายของหมาและแมว ที่เจ้าของควรระวังไว้ให้ดี

10 โรคร้ายเสี่ยงตายของหมาและแมว ที่เจ้าของควรระวังไว้ให้ดี

โรคอันตรายของหมาและแมว ที่เจ้าของพึงหมั่นสังเกตพฤติกรรมและรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีหากมีความผิดปกติ เพราะโรคอันตรายของหมาและแมวทั้ง 10 โรคนี้มีความอันตรายถึงขั้นตายได้เลยทีเดียว

อย่าชะล่าใจหากพบว่าหมาและแมวที่บ้านมีพฤติกรรมหรืออาการที่แปลกไป เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายทั้ง 10 โรคนี้ที่อาจส่งผลถึงตายได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการเซื่องซึม กินน้อย ท้องเสีย มีกลิ่นเหม็นคาวจากปาก ซึ่งในวันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอรวบรวม 10 โรคร้ายเสี่ยงอันตรายถึงตายของหมาและแมวมาให้เจ้าของได้รู้และระมัดระวัง ไว้สังเกตพฤติกรรมกับอาการจะได้พาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันเวลาหากมีความผิดปกติก่อนสายไป

1. โรคอ้วน

สัตว์เลี้ยงที่อ้วนตุ้ยนุ้ยอาจจะดูน่ารักน่าฟัดสำหรับเจ้าของ แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไร หากเหล่าหมาและแมวมีน้ำหนักที่มากเกินไป เพราะโรคอ้วนทำให้สัตว์เลี้ยงเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคไขข้ออักเสบ สำหรับวิธีดูแลหรือรักษาที่เจ้าของทำได้ก็คือ การช่วยควบคุมอาหารและพาไปออกกำลังกายเป็นประจำ

2. พยาธิหนอนหัวใจ

โรคนี้มียุงเป็นพาหะ ส่วนมากจะเกิดกับหมามากกว่าแมว หมาที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม เหนื่อยง่าย หายใจหอบ ร่างกายอ่อนเพลีย ไอแห้ง ๆ บางตัวจะมีเลือดออกมาด้วยเมื่อไอ ต่อมาจะบวมน้ำ เป็นท้องมาน และตายในที่สุด การรักษาด้วยการฉีดยามีความเสี่ยงสูง อาจมีผลข้างเคียงถึงขั้นตาย เนื่องจากตัวแก่ของพยาธิหนอนหัวใจที่ตายแล้วเข้าไปอุดหลอดเลือด

3. โรคเกี่ยวกับฟันและช่องปาก

หมาและแมวที่มีกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก ถ้าพบว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับช่องปาก เช่น ฟันผุหรือโรคเหงือก ควรพาไปรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากการรักษามีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งยังอาจจะนำไปสู่โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและไตได้ สำหรับวิธีป้องกันให้หาขนมหรือของเล่นขัดฟันให้แทะ

โรคอันตรายของหมาและแมว

4. โรคไวรัสลำไส้อักเสบ

โรคลำไส้อักเสบเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่มักจะเกิดขึ้นกับลูกหมาหรือลูกแมวที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยเชื้อจะเข้าสู่รางกายจากการสัมผัสโดยตรงกับอุจจาระของหมาที่เป็นโรคไวรัสลำไส้อักเสบ จากการกิน เลียอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หมาแมวที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม อาเจียน ไม่กินอาหารเลย กินแต่น้ำ ในระยะท้ายจะถ่ายเป็นมูกเลือด กลิ่นเหม็นคาวจัด การป้องกันทำได้โดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 45-60 วัน และฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 2-3 สัปดาห์ จนกว่าอายุจะครบ 4 เดือน จากนั้นให้ฉีดกระตุ้นติดต่อกันทุกปี

5. โรคไข้หัดสุนัข

เป็นโรคที่พบได้ในสุนัขอายุ 2-6 เดือน เชื้อไวรัสไข้หัดสุนัขจะปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น ตามร้านขายสุนัขที่ไม่สะอาด ตามกรง ชามน้ำ อาหาร หรือแม้แต่มือขอคนก็สามารถเป็นพาหะนำเชื้อได้ หมาที่ได้รับเชื้อจะมีอาการเบื่ออาหาร ไข้ มีน้ำมูก น้ำตา ตาอักเสบ ปอดบวม บางราย อาเจียน ท้องเสีย และพบตุ่มหนองใต้ท้อง ส่วนใหญ่แล้วสุนัขที่เป็นโรคนี้มักจะตาย เนื่องจากยังไม่มีทางรักษาเฉพาะ แต่ทั้งนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน

6. โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสเรบี่ส์ (Rabies Virus) ซึ่งเชื้อนี้จะก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลือดอุ่นทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับหมามากที่สุด ปัจจุบันยังไม่มียารักษา ส่วนใหญ่ทั้งสัตว์และคนที่ติดเชื้อจะเสียชีวิต แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน

โรคอันตรายของหมาและแมว

7. โรคติดต่อจากเห็บและหมัด

เห็บและหมัดนอกจากจะดูดเลือดและทำให้ระคายเคืองผิวหนังแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด สาเหตุของโรคมาจากปรสิตที่อยู่ในตัวเห็บและหมัด สำหรับการป้องกันคือ หมั่นกำจัดเห็บและหมัดในหมาแมว รวมถึงบริเวณที่นอนและสนามหญ้าในบ้านด้วย

8. โรคข้ออักเสบ

โรคนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อกระดูกต่าง ๆ ส่วนมากมักจะเกิดกับหมาแมวที่มีอายุมาก ขยับตัวช้า โดยเฉพาะตอนลุกยืน เนื่องจากปวดไขข้อ การรักษาสัตวแพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ ทั้งนี้สามารถป้องกันได้โดยการควบคุมน้ำหนักและพาไปออกกำลังเป็นประจำ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกตัวใครบอกว่า แมนซิตี้ จะคว้า 4 แชมป์ก็เกินไป

admin   กันยายน 22, 2016   ปิดความเห็น บน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกตัวใครบอกว่า แมนซิตี้ จะคว้า 4 แชมป์ก็เกินไป

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ออกตัวใครบอกว่า แมนซิตี้ จะคว้า 4 แชมป์ก็เกินไป

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือใหญ่แมนฯ ซิตี้ ยืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นโคตรกุนซือขนาดที่ว่าเข้ามาปีแรกแล้วจะพาสโมสรใหม่คว้า 4 แชมป์ได้ภายในปีแรก เพียงแต่ว่าในตอนนี้ให้ลูกทีมของเขาลงเล่นแบบแฮปปี้ และมองชัยชนะกันไปแบบนัดต่อนัดถือว่าดีที่สุด จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 19 กันยายนที่ผ่านมา

แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ บอร์นมัธ ไปได้อย่างขาดลอย 4-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการคว้าชัยชนะ 5 นัดติดต่อกัน โดยทาง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถูกสื่อถามหลังเกมการแข่งขันว่าเขาจะสามารถพาทีม แมนฯ ซิตี้ คว้า 4แชมป์ได้เลยหรือไม่ งานนี้ทำเอากุนซือสแปนิชถึงกับเซ็งสุดขีดก่อนจะสบถออกมาเบา ๆ ว่า วอท ดา ฟั…

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปิดใจว่า “โอเคพวกคุณอาจจะมองว่าผมจะสามารถพาแมนซิตี้คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ เพราะว่าสโมสรเคยเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศมาแล้ว และผมคือโค้ชที่โคตรเจ๋ง แต่ว่าผมเองไม่ได้มองอย่างนั้นเลยนะ”

“เอาจริง ๆ ผมไม่ได้คิดเลยนะว่าผมจะพาทีมคว้าแชมป์ได้ทุกรายการแข่งขันหรือเปล่า แต่ความสุขของผมคือการนั่งจิบไวน์เบา ๆ หลังเราเอาชนะคู่แข่งได้ แล้วก็ค่อยมองไปยังเกมต่อ ๆ ไป แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าเราต้องการชนะในลีกคัพ”

“ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องการก็คือ ผมอยากให้ลูกทีมผมลงเล่นอย่างมีความสุข และมองเกมของเราไปแบบนัดต่อนัด ผมไม่จำเป็นต้องไปกดดันลูกทีมของผมเลยแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาก็รู้หน้าที่ของตัวเองดี อีกอย่างคุณต้องเข้าใจนะว่าผมไม่เคยบอกว่าเราจะไม่แพ้ เมื่อถึงเวลาเราต้องแพ้แน่ ๆ สักเกม แต่ตอนนี้เราขอแค่ยืดเวลาที่เราจะแพ้ให้ยาวออกไปอีกเท่านั้นเอง”

ภาพข่าว : AFP

ดอกอัญชัน สมุนไพรน่าทึ่ง สรรพคุณชั้นเลิศ

admin   กันยายน 22, 2016   ปิดความเห็น บน ดอกอัญชัน สมุนไพรน่าทึ่ง สรรพคุณชั้นเลิศ

ดอกอัญชัน สมุนไพรน่าทึ่ง สรรพคุณชั้นเลิศ

ดอกอัญชัน สรรพคุณชั้นเลิศ บำรุงสายตา และช่วยให้ผมดกดำ มาทำความรู้จักกับอัญชันกันให้มากขึ้น ดูสิว่าประโยชน์ของดอกอัญชันมีอะไรบ้างนะ

ดอกอัญชัน ดอกไม้สีม่วงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างมาก หลายคนคงจะเคยได้ยินสรรพคุณของเจ้าดอกอัญชันกันมาบ้างแล้ว ที่เห็นกันชัดเจนก็คงจะเป็นการนำอัญชันมาถูคิ้วเด็กเล็ก ๆ เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้คิ้วดกดำขึ้น หรือแม้แต่คุณประโยชน์ในการนำสีของดอกอัญชันมาใช้ในการทำอาหารหรือขนมต่าง ๆ แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วดอกอัญชันมีประโยชน์อีกมากมายหลายอย่างเลยล่ะค่ะ อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะว่า เจ้าดอกเล็ก ๆ สีม่วงนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

รู้จักดอกอัญชัน

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับสรรพคุณและประโยชน์ของดอกอัญชัน เรามาทำความรู้จักกับอัญชันกันให้มากขึ้นหน่อยดีกว่าค่ะ เผื่อใครที่ยังไม่รู้จักเวลาไปเห็นที่ไหนจะได้ทราบกันค่ะ อัญชัน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Butterfly pea, Blue pea, หรือ Asian pigeonwings มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Clitoria ternatea L. เป็นพืชตระกูลถั่ว (Fabaceae) อยู่ในวงศ์ Leguminosae เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศแถบอเมริกาใต้ โดยทั่วไปนิยมปลูกในเขตร้อน อัญชันเป็นพืชล้มลุก

ลักษณะต้นเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็ก ใบเป็นใบประกอบ ดอกอัญชันเป็นดอกเดี่ยว มีสีน้ำเงินเข้มหรือน้ำเงินอมม่วง และสีขาว ดอกชั้นในแบ่งเป็น 5 กลีบ กลีบนอกมีสีเขียว มีผลเป็นฝัก ลักษณะแบนคล้ายฝักถั่ว ขนาดยาวประมาณ 5-10 ซม. ดอกอัญชันมีชื่อเรียกตามท้องถื่นที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น ในภาคเหนือจะเรียกดอกอัญชันว่า เอื้องชัน แต่ในจังหวัดเชียงใหม่จะเรียกว่าแดงชัน

ดอกอัญชัน สมุนไพรน่าทึ่ง สรรพคุณชั้นเลิศ

สรรพคุณดอกอัญชันอันน่าทึ่ง

ดอกอัญชันมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ โดยในดอกอัญชันนั้นมีสารตัวหนึ่งที่ชื่อว่าแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งสารชนิดนี้สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของดวงตา เพิ่มความสามารถในการมองเห็น แก้อาการตาฟาง ตามัว หรือภาวะการเสื่อมของดวงตาที่มาจากโรคเบาหวาน โรคต้อหิน โรคต้อกระจก และมีหน้าที่ไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้ดีมากขึ้น

แถมยังมีฤทธิ์ต้านการออกซิเดชั่นของไขมัน ชะลอการเกิดโรคที่เกิดจากคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL) อุดตันในหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวอีกด้วย และคุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ดอกอัญชันนั้นยังช่วยยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือด ช่วยขับปัสสาวะ และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

แต่ใช่ว่าดอกอัญชันจะมีสรรพคุณเพียงเท่านี้ ไปดูกันต่อเลยว่าสรรพคุณที่เหลือมีอะไรกันบ้างค่ะ

รากอัญชัน

– นำมาปรุงเป็นเป็นยาขับปัสสาวะและยาระบายได้
– แก้อาการปวดฟัน และทำให้ฟันแข็งแรง โดยการนำรากมาถูที่ฟัน
– ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น โดยนำรากไปถูกับน้ำฝน แล้วนำมาที่หยอดตาและหู

ใบอัญชัน

– ช่วยขับปัสสาวะ
– ช่วยบำรุงสายตาและอาการตาแฉะได้

ดอกอัญชัน

– ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกายและเพิ่มพลังทำให้ร่างกายมีแรงขึ้น
– สารต้านอนุมูลอิสระในดอกอัญชันช่วยในการชะลอวัยและริ้วรอยแห่งวัย
– ช่วยบำรุงสมอง
– ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
– ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง
– ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
– ช่วยล้างสารพิษและขับของเสียออกจากร่างกาย
– แก้อาการปัสสาวะพิการ
– แก้อาการฟกช้ำ
– ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า

ประโยชน์ของดอกอัญชัน ที่ใช้กันแพร่หลาย

นอกจากสรรพคุณทางยาแล้ว ดอกอัญชันยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนำสีจากดอกอัญชันไปผสมอาหารและขนมให้มีสีสันสวยงาม การนำดอกสดมารับประทานเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกชนิดต่าง ๆ นำมาต้มดื่ม หรือนำไปปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับตามรั้ว แต่ที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นการนำมาใช้บำรุงผมให้ดกดำเงางาม และรักษาอาการผมร่วงหรือผมบางได้อีกด้วยล่ะค่ะ

ข้าวดอกอัญชัญ

อาหารสีสวยด้วยอัญชัน

สารแอนโทไซยานินในดอกอัญชัน เป็นสารที่มีสีม่วงคราม และเป็นสีที่ละลายได้ในน้ำ และไม่คงตัวไม่ละลายในกรด ทำให้คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณนิยมนำสีจากดอกอัญชันมาผสมในอาหารและขนมต่าง ๆ เพื่อให้มีสีสันสวยงาม โดยหากนำมาผสมในขนมหรืออาหารจะได้สีน้ำเงิน แต่หากบีบน้ำมะนาวลงไปด้วยสีที่ได้จะกลายเป็นสีม่วงแดงค่ะ

คิ้วดกดำด้วยอัญชัน

ส่วนผสม

– ดอกอัญชัน ประมาณ 6 ดอก
– น้ำสะอาด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

– นำดอกอัญชันมาคั้นหรือขยี้ให้ได้น้ำ ระหว่างคั้นเติมน้ำลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะเพื่อจะได้คั้นง่ายขึ้น จากนั้นแยกกากออกกรองเอาแต่น้ำ
– ใช้คอตตอนบัดจุ่มน้ำอัญชันที่ได้ แล้วนำมาทาบริเวณคิ้วทั้งหมด ทาทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นล้างออก ทำซ้ำบ่อย ๆ ก็จะทำให้คิ้วหนาและดกดำขึ้นได้
อัญชันหมักผม

ผมสวยด้วยอัญชัน

ส่วนผสม

– ดอกอัญชัน 7 – 8 ดอก
– น้ำสะอาด 1 ถ้วย

วิธีทำ

– เลือกเอาเฉพาะกลีบของดอกอัญชันมาบดแล้วรวมกับน้ำสะอาดตามด้วยน้ำเปล่า บดจนละเอียดแล้วกรองโดยใช้ผ้าขาวบางแยกเอากากออกให้เหลือเพียงแต่น้ำ
– นำน้ำดอกอัญชันที่ได้มาหมักผมทิ้งไว้ 15–20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากทำบ่อยก็จะทำให้ผมดกดำและเป็นเงางาม แถมยังช่วยให้ผมยาวเร็วได้อีกด้วยค่ะ

ผมสวยด้วยอัญชัญ

ปลูกผมด้วยอัญชัน

ส่วนผสม

– ดอกอัญชัน 10 ดอก
– เหล้าขาว

วิธีทำ

– นำดอกอัญชันแช่ลงในเหล้าขาวสักครู่
– ขยี้ดอกอัญชันผสมกับเหล้าขาวที่แช่ไว้จนเข้ากัน จากนั้นนำมาชโลมศีรษะทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมง แล้วล้างออก
– ทำซ้ำบ่อย ๆ ประมาณ 2-3 สัปดาห์จะเริ่มเห็นผล

นอกจากสูตรการบำรุงผมด้วยดอกอัญชันที่บอกกันไปแล้ว ในปัจจุบันก็ได้มีการนำดอกอัญชันมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างเช่น แชมพู ครีมนวดผม และครีมหมักผมต่าง ๆ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้มากขึ้น และยังมีการนำดอกอัญชันไปตากแห้ง แล้วนำมาชงดื่มเป็นชาบำรุงสุขภาพอีกด้วย ซึ่งก็แล้วแต่คนจะเลือกว่าอยากจะใช้แบบดอกสดหรือแบบแห้ง เพราะทั้งสองอย่างก็ได้ประโยชน์ทั้งคู่เลยค่ะ

ดอกอัญชัน

โทษของดอกอัญชันและข้อควรระวัง

แม้ว่าดอกอัญชันจะเป็นสมุนไพร แต่ก็ยังมีโทษถ้าหากใช้มากเกินไปค่ะ โดยอย่าดื่มน้ำอัญชันที่มีสีเข้มมากเกินไป เพราะจะทำให้ไตทำงานหนักขึ้นในการขับสารสีจากอัญชันออกมา และผู้ที่ป่วยด้วยโรคโลหิตจางก็ไม่ควรจะรับประทานดอกอัญชันรวมทั้งอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของอัญชันด้วย เพราะในดอกอัญชันนั้นมีสารที่มีฤทธิ์ในการละลายลิ่มเลือด อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโลหิตจางได้ค่ะ

สมุนไพรอย่างดอกอัญชัน นอกจากจะมีสีที่สวยแปลกตาแล้ว ยังเป็นสมุนไพรที่หาง่ายอีกด้วยนะคะ และเราสามารถปลูกได้เองที่บ้าน แต่ก็ควรใช้ให้พอดี เพราะสมุนไพรทุกชนิด ใช้มากเกินไปก็เป็นโทษได้เช่นกัน ถ้าใครกำลังหนักใจกับคิ้วที่บางเกินไป หรือผมที่ไม่ดกดำนุ่มสลวย ลองมองหาดอกอัญชันแถว ๆ บ้าน แล้วนำมาใช้ดูนะคะ รับรองว่าปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปแน่นอนเลยค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
– มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
– สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี
– rspg.or.th
– frynn.com
– lasik-healthyforeyes.blogspot.com
– foodnetworksolution.com

วัตฟอร์ต – แมนยู : สรุปสถิติที่ชี้ให้เห็นว่า หมดเวลาของ เวย์น รูนี่ย์ แล้ว

admin   กันยายน 21, 2016   ปิดความเห็น บน วัตฟอร์ต – แมนยู : สรุปสถิติที่ชี้ให้เห็นว่า หมดเวลาของ เวย์น รูนี่ย์ แล้ว

วัตฟอร์ต - แมนยู : สรุปสถิติที่ชี้ให้เห็นว่า หมดเวลาของ เวย์น รูนี่ย์ แล้ว

การบุกไปพ่ายแพ้ให้กับทีมรองบ่อนอย่าง วัตฟอร์ต ด้วยสกอร์ 1-3 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังตกอยู่ในภาวะร้อน ๆ หนาว ๆ แล้วเพราะ นี่คือความพ่ายแพ้ 3 เกมติดต่อกันในหนึ่งสัปดาห์ นับตั้งแต่พวกเขาแพ้นัดแรกของฤดูกาลให้กับ แมนฯ ซิตี้

ซึ่งในเกมดังกล่าวมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ฟอร์มการเล่นของกัปตันทีมอย่าง เวย์น รูนี่ย์ ที่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์ต่อเกมของ “ปีศาจแดง” เลยแม้แต่น้อย และเกิดคำถามคาใจของแฟนบอลว่า หรือนี่อาจจะหมดเวลาของดาวเตะวัย 30 ปีแล้ว ?

“เดอะ มิเรอร์” สื่อชื่อดังจากอังกฤษ ได้ทำการรวบรวมสรุปสถิติที่เป็นการชี้ให้เห็นว่า เวย์น รูนี่ย์ อาจจะไปต่อไม่ไหวแล้วจริง ๆ :

หมดเวลาของเวย์นรูนี่ย์แล้วหรือไม่

1) รับหน้าที่เล่นฟรีคิก และเตะมุมไปถึง 9 ครั้ง แต่สร้างโอกาสให้เพื่อนยิงได้เพียง 2 ครั้ง

2) เขาไม่สามารถสร้างโอกาสให้กับตัวเองในการจบสกอร์ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

3) ไม่สามารถจ่ายบอลทะลุช่องให้เพื่อนได้แม้แต่ครั้งเดียว

4) ตลอดทั้งเกม เวย์น รูนี่ย์ ไม่สามารถพาบอลฝ่าด่านผู้เล่น วัตฟอร์ต ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

5) ยิงไม่ตรงกรอบเลยสักลูก

6) ความจริงก็คือ ตลอดทั้งเกมเขามีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียวก็คือ ลูกที่ยิงไม่ตรงกรอบนั่นแหละ (หรืออาจเป็นเพราะบทบาทใหม่ของเขาในตำแหน่งกองกลาง ?)

หมดเวลาของเวย์นรูนี่ย์แล้วหรือไม่

7) เขาไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งในการเบียดแย่งบอลได้เลยตลอดทั้งเกม

8) เขากระโดดขึ้นไปดวลลูกกลางอากาศ 3 ครั้ง และแพ้ไปถึง 2 ครั้ง

9) ผลงานการเล่นเกมรับของเขาในเกมนี้คือ สกัดบอลได้ 1 ครั้ง, บล็อคลูกยิงได้ 1 ครั้ง และทำฟาวล์ 1 ครั้ง

10) ตลอดทั้งเกมเขาผ่านบอลไป 40 ครั้ง, สำเร็จไปถึง 33 ครั้ง

11) 27 ใน 33 ครั้งที่เขาผ่านบอลสำเร็จคือการจ่ายบอลไปด้านข้าง 12 ครั้ง และส่งคืนหลัง 15 ครั้ง

12) แน่นอนเขาประสบความสำเร็จในการผ่านบอลไปข้างหน้าแค่เพียง 6 ครั้งตลอด 90 นาที นั่นหมายความว่าทุก ๆ 15 นาทีเขาสามารถจ่ายบอลขึ้นหน้าได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

หมดเวลาของเวย์นรูนี่ย์แล้วหรือไม่

ข้อมูลจาก mirror.co.uk

ภาพจาก AFP

ตู้เย็นไม่เย็น ทำยังไงดี 7 วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาได้

admin   กันยายน 21, 2016   ปิดความเห็น บน ตู้เย็นไม่เย็น ทำยังไงดี 7 วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาได้

ตู้เย็นไม่เย็น ทำยังไงดี 7 วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาได้

ตู้เย็นไม่เย็น อย่าเพิ่งเรียกช่าง เพราะบางปัญหาที่ทำให้ตู้เย็นไม่เย็น สามารถแก้ไขเบื้องต้นเองได้ หากตู้เย็นกำลังมีปัญหา 7 วิธีซ่อมตู้เย็นเหล่านี้สามารถช่วยได้นะ

ตู้เย็นเป็นเครื่องครัวที่มีความสำคัญมากถึงมากที่สุด เพราะช่วยรักษาความเย็น และยืดอายุอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น แต่หากวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าตู้เย็นไม่เย็นขึ้นมาเมื่อไร เราก็คงเริ่มร้อนใจตามไปด้วย แช่อะไรไว้ในตู้เย็นได้ไม่นานก็คงพากันบูดซะหมดแน่ แถมเครื่องดื่มที่แช่ไว้ก็ไม่เย็นชื่นใจอย่างที่ควร ดังนั้นถ้าใครอยากรู้ว่า ตู้เย็นไม่เย็นเกิดจากอะไร, ตู้เย็นไม่เย็น ทำไงดี วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาตู้เย็นไม่เย็น มาฝากกันค่ะ

1. เคลียร์ตู้เย็นให้โล่ง

ขั้นแรกลองเปิดตู้เย็นสำรวจดูสิว่ามีของอะไรอัดกันแน่นอยู่ในนั้นบ้าง เพราะข้าวของที่เต็มตู้จนจะทะลักออกมานี่ล่ะค่ะ เป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ตู้เย็นไม่เย็นเอาซะเลย หนำซ้ำยังจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้น เปลืองไฟโดยใช่เหตุอีกต่างหาก รู้อย่างนี้แล้วก็อย่ารอช้า รีบเคลียร์ของในตู้เย็นให้โล่งขึ้นดีกว่า อะไรที่ใกล้เสีย หรือไม่จำเป็นก็เอาออกไปให้หมด ตู้เย็นจะได้กลับมาเป็นปกติ

2. ละลายน้ำแข็ง

ยอมรับมาซะดี ๆ เถอะค่ะ ว่าคุณไม่ค่อยได้ใส่ใจตู้เย็นจนปล่อยให้ในช่องทำน้ำแข็งมีก้อนน้ำแข็งหนาเตอะใช่หรือเปล่า และนั่นเป็นสาเหตุให้ตู้เย็นทำงานได้ไม่สะดวก จนเกิดไม่เย็นขึ้นมาซะดื้อ ๆ เมื่อรู้แล้วว่าสาเหตุตู้เย็นไม่เย็นอาจเกิดจากก้อนน้ำแข็ง คงจะดีกว่าถ้าจะกดละลายน้ำแข็งบ้าง เพื่อลดภาระให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักเท่าที่ควร ประหยัดทั้งไฟ และทำให้ตู้เย็นทำความเย็นได้ดีขึ้นด้วย

3. ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม

ถ้ารู้สึกว่าทำไม ตู้เย็นไม่เย็น ทั้ง ๆ ที่ก็เคลียร์ของและลายน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว ก็ลองเช็กที่ตัวปรับอุณหภูมิในตู้เย็นดู เพระไม่แน่ว่าบางทีเราอาจจะเผลอเอามือไปปัดโดนตอนควานหาของในตู้เย็นก็เป็นได้ แนะนำให้ปรับระดับความเย็นให้อยู่ในช่วงกึ่งกลางของระดับที่ตู้เย็นมีให้ บางครั้งเราอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไปก็ได้นะ

4. เปลี่ยนยางขอบประตูตู้เย็น

ถ้าทุกสาเหตุที่ว่ามายังไม่ใช่คำตอบของปัญหาตู้เย็นไม่เย็น ทีนี้คงต้องมาสังเกตขอบประตูตู้เย็นกันแล้วล่ะ ว่ายังมีสภาพการใช้งานได้ตามปกติหรือเปล่า หรือเริ่มเสื่อมและปิดไม่ค่อยแน่น ซึ่งหากพบว่ายางขอบประตูตู้เย็นเสื่อม ก็ต้องรีบซื้อมาเปลี่ยนโดยด่วนเลยค่ะ ซึ่งก็สามารถหาซื้อยางอันใหม่มาเปลี่ยนเองได้ง่าย ๆ ราคาก็ประมาณ 400 บาทเท่านั้น

5. เปลี่ยนพัดลมระบายอากาศ

ตัวการหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาตู้เย็นไม่เย็น ก็คือพัดลมระบายอากาศ ที่เป็นตัวระบายความร้อน และส่งความเย็นให้กระจายไปรอบ ๆ ตู้เย็น ซึ่งถ้าหากขัดข้องก็จะทำให้ตู้เย็นทำงานได้ไม่เป็นปกติ ทำให้ตู้เย็นไม่เย็นได้ ดังนั้นถ้าหากสงสัย ให้คุณลองทดสอบพัดลมระบายอากาศของตู้เย็นที่อยู่ด้านหลังช่องแช่แข็ง ด้วยการกดละลายน้ำแข็งก่อน เพื่อกำจัดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ที่ใบพัด แต่ถ้าละลายน้ำแข็งแล้วใบพัดยังไม่หมุน ก็คงต้องหาพัดลมระบายอากาศมาเปลี่ยนแล้วล่ะ อย่าลืมดูรุ่นของพัดลมให้ถูกต้องด้วย เมื่อได้มาแล้วก็จัดการเปลี่ยนได้เลยค่ะ โดยถอดปลั๊กตู้เย็นออก หรือสับสวิตช์ไฟได้ยิ่งดี แล้วถอดพัดลมอันเก่าออก จากนำพัดลมอันใหม่มาใส่แทน เสร็จแล้วก็เสียบปลั๊กตู้เย็นดูสิว่าทำงานปกติหรือไม่

6. ตั้งตู้เย็นบนพื้นเรียบเสมอกัน

การตั้งตู้เย็นบนพื้นที่ไม่เสมอกันดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่เชื่อไหมคะว่าสามารถเป็นสาเหตุตู้เย็นไม่เย็นได้เช่นกัน เนื่องจากหากตู้เย็นวางบนพื้นที่ไม่เรียบ ประตูตู้เย็นก็มีโอกาสจะปิดไม่สนิทจนทำให้ความเย็นระเหยออกมาจนตู้เย็นไม่เย็นได้ ดังนั้นลองสำรวจพื้นด้านล่างดูสักหน่อยก็ดี ว่าตู้เย็นตั้งอยู่บนพื้นที่เรียบเสมอกันอยู่หรือเปล่า ถ้าตู้เย็นเอียง จะได้ขยับหรือปรับไปวางในที่ที่เหมาะสมได้ทัน

7. เรียกช่างดีกว่า

หากปัจจัยแวดล้อมที่กล่าวมาทั้งหมดก็ยังไม่ใช่ และไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าตู้เย็นไม่เย็นเพราะอะไรกันแน่ คราวนี้คงต้องลงลึกไปถึงกลไกเครื่องยนต์ของตู้เย็นกันแล้วล่ะ หากพบว่ามีความผิดปกติ เช่น คอมเพรสเซอร์ที่อยู่ในกล่องกลม ๆ ด้านล่างของตู้เย็นส่งเสียงดัง พัดลมระบายอากาศด้านหลังตู้เย็นมีเสียงแปลก ๆ หรือการทำงานของตู้เย็นดังผิดปกติ ให้รีบเรียกช่างมาดูอาการ เพราะอาจมีชิ้นส่วนใดในตู้เย็นชำรุด จนตู้เย็นไม่สามารถทำความเย็นได้เป็นปกตินั่นเอง ส่วนค่าซ่อมตู้เย็นไม่เย็นก็ขึ้นอยู่กับว่าอะไหล่ชิ้นไหนชำรุด ทางที่ดีลองสอบถามจากช่างก่อนตัดสินใจใช้บริการดีกว่านะคะ

ถ้าตู้เย็นของคุณมีปัญหา ก็ลองสำรวจความเสียหายตามที่กล่าวมาทั้งหมดดูก่อน หากพบว่ามีอาการตรงกับข้อไหน จะได้รีบจัดการแก้ปัญหาให้ตู้เย็นกลับมาทำความเย็นได้เหมือนเดิม แต่ถ้าแก้ไม่ได้จริง ๆ สงสัยคงต้องใช้ข้อสุดท้าย พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญเลยดีกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก…kapook.com